Ubuntu,Linux,Apache,MySQL,PHP,PHPMYADMIN,Java Servlets,JSP,Jakarta-Tomcat,oracle

คำสั่ง Unix ที่ใช้เป็นประจำ







คำสั่ง Unix ที่ใช้เป็นประจำ


Unix
เป็นระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กับแพร่หลายบนระบบขนาดใหญ่
และในปัจจุบันยังมีระบบปฏิบัติการในลักษณะของ Unix-like เกิดขึ้นมากมาย และ
เริ่มเป็นที่นิยมใช้กันมากหลายยิ่งขึ้นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
เอกสารชุดนี้จึงสรุปคำสั่งบน Unix
ที่มักใช้เป็นประจำโดยมีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับ DOS/Windows
พร้อมกับอธิบายถึงส่วนขยายเพิ่มเติมของคำสั่ง
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เริ่มหัดใช้ Unix ทั่วไป


ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ Unixที่ควรทราบ



  1. Unix เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Multi User และ Multi Tasking ซึ่งแตกต่างจาก
    Window ที่เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Multi Tasking แต่ไม่เป็น Multi User กล่าวคือ ณ
    เวลาหนึ่งๆ บนระบบ Unix จะมีผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้มากกว่า 1 คนพร้อมกัน
    ทำให้ Unix มีระบบการจัดการ Permission
    และระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลดีกว่าและซับซ้อนกว่า DOS/Window

  2. ระบบ File System ของ Unix นั้นจะเป็นระบบ Single Root กล่าวคือจะมี Logical
    Driver เพียง Drive เดียวเท่านั้น และกรณีมี Harddisk หลายตัวหรือหลาย Partition
    แต่ละ Partition จะถูกกำหนดให้เป็นเพียง Directory ย่อยของระบบ ซึ่งจะต่างกับ
    DOS/Window ที่เป็นระบบ Multiple Root ที่จะแยก Drive / Parition ตามตัวอักษร
    เช่น A: , C: เป็นต้น

  3. เนื่องจาก Unix เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาด้วยภาษา C ดังนั้นชื่อต่างๆ บน
    Unix จึงมีลักษณะเป็น Case-sensitive เช่น กรณีแฟ้มข้อมูลชื่อ MyFile กับ myfile
    จะเป็นแฟ้มข้อมูลคนละชื่อกัน

  4. ระบบ Permission ของ Unix จะแบ่งเป็น 3 ระดับคือ ระดับเจ้าของ (User หรือ
    Owner) ระดับกลุ่ม (Group) และ ระดับบุคคลอื่น (Other)
    โดยในแต่ละระดับจะแบ่งออกเป็นสิทธิในการประมวลผล (execute) การอ่าน (read) และ
    การเขียน (write) ทั้งรายละเอียดเพิ่มเติมให้ดูจากคำสั่ง chmod

  5. กรณีที่ผู้ใช้กระทำคำสั่งใดผิดพลาดนั้น บน Unix เราสามารถที่จะ Interrupt
    เพื่อยกเลิกการทำงานของคำสั่งหรือโปรแกรมนั้นๆ ได้โดยการกด CTRL + C

  6. มาตรฐานของระบบ Keyboard บนเครื่อง Unix บางเครื่องอาจจะแตกต่างกับมาตรฐาน
    Keyboard บนเครื่องที่เราใช้อยู่ ดังนั้นในบางกรณี เช่น การ telnet
    จากเครื่องอื่นเข้าสู่ระบบ Unix เราจึงไม่อาจใช้ Key บางอันตามปกติได้ เช่น
    backspace ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้เราสามารถใช้ backspace
    ได้ตามปกติจึงต้องมีการ map key ใหม่ด้วยการเรียกคำสั่ง stty erase [backspace]


คำสั่งเกี่ยวกับการจัดการแฟ้มข้อมูล


ls


เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแสดงแฟ้มข้อมูล (ในทำนองเดียวกับ dir)
มากจากคำว่า listโครงสร้างคำสั่ง
ls [option]... [file]...

โดย option ที่มักใช้กันใน ls คือ
-l จะแสดงผลลัพธ์แบบ Long Format ซึ่งจะแสดง Permission
ของแฟ้มด้วย-a จะแสดงแฟ้มข้อมูลทั้งหมด-F จะแสดง / หลัง Directory และ * หลังแฟ้มข้อมูลที่ execute
ได้

ตัวอย่าง
ls -lls -alls -Fls /usr/bin

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : ls --help และ man ls

cp
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับสำเนาแฟ้มข้อมูล (ในทำนองเดียวกับ copy)
มาจากคำว่า copyโครงสร้างคำสั่ง
cp source target

ตัวอย่าง
cp test.txt test1.bak

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : cp --help และ man cp

mv
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการย้ายแฟ้มข้อมูลและ Directory
รวมถึงการเปลี่ยนชื่อด้วย (ในทำนองเดียวกับ move) มาจากคำว่า moveโครงสร้างคำสั่ง
mv source target

ตัวอย่าง
mv *.tar /backupmv test.txt old.txtmv bin oldbin

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : mv --help และ man mv

rm
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับลบแฟ้มข้อมูล (ในทำนองเดียวกับ del)
มาจากคำว่า remove โครงสร้างคำสั่ง
rm [option]... [file]...

โดย option ที่มักใช้กันใน rm คือ-r ทำการลบข้อมูลใน directory ย่อยทั่งหมด-i โปรแกรมจะถามยืนยันก่อนทำการลบ-f โปรแกรมจะลบข้อมูลทันที โดยไม่ถามยืนยันก่อนตัวอย่าง
rm -rf test/rm test.doc

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : rm --help และ man rm

คำสั่งเกี่ยวกับการจัดการ Directory / Folder


pwd


เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแสดง Directory ปัจจุบัน
(ในทำนองเดียวกับการพิมพ์ cd บน DOS) มาจากคำว่า print work directoryโครงสร้างคำสั่ง / ตัวอย่าง
pwd


cd
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเปลี่ยน directory ปัจจุบัน
(ในทำนองเดียวกับ cd) มาจากคำว่า change directoryโครงสร้างคำสั่ง
cd directory

โดย directory ในที่นี้อาจเป็น relative หรือ absolute path
ก็ได้ ตัวอย่าง
cd /usrcd ~ (เป็นการเข้าสู่ home directory)cd - (เป็นการยกเลิกคำสั่ง cd ครั้งก่อน)cd .. (เป็นการออกจาก directory 1 ชั้น

ข้อควรระวัง : คำสั่ง cd บน UNIX
จะต้องมีเว้นวรรคเสมอ

mkdir
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้าง
directory (ในทำนองเดียวกับ dos) มาจากคำว่า make directoryโครงสร้างคำสั่ง
mkdir [option]... [file]...

โดย option ที่มักใช้กันใน mkdir คือ
-m จะทำการกำหนด Permissioin (ให้ดูคำสั่ง chmod
เพิ่มเติม)-p จะทำการสร้าง Parent Directory
ให้ด้วยกรณีที่ยังไม่มีการระบุdirectory ในที่นี้อาจเป็น relative หรือ absolute path ก็ได้

ตัวอย่าง
mkdir /homemkdir -p -m755 ~/local/bin

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : mkdir --help และ man
mkdir

rmdir
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการลบ
directory (ในทำนองเดียวกับ dos) มาจากคำว่า remove directoryโครงสร้างคำสั่ง
rmdir [option]... [file]...

โดย option ที่มักใช้กันใน mkdir คือ
-p จะทำการลบ Child และ Parent Directory ตามลำดับdirectory ในที่นี้อาจเป็น relative หรือ absolute path ก็ได้

ตัวอย่าง
rmdir /homemkdir -p /home/local/data

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : rmdir --help และ man
rmdir

คำสั่งเกี่ยวกับการค้นหาแฟ้มข้อมูล และ Permission


file


บนระบบ DOS/Windows นั้น
ประเภทของแฟ้มข้อมูลจะถูกระบุด้วยนามสกุล แต่ใน UNIX
จะไม่มีนามสกุลเพื่อใช้ระบุประเภทของแฟ้มข้อมูล
ดังนั้นการหาประเภทของแฟ้มข้อมูลจะดูจาก Context ภายในของแฟ้ม ซึ่งคำสั่ง file
จะทำการอ่าน Content และบอกประเภทของแฟ้มข้อมูลนั้นๆโครงสร้างคำสั่ง
file [option]... file

ตัวอย่าง
file /bin/shfile report.doc

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : file --help และ man file

find
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับค้นหาแฟ้มข้อมูลโครงสร้างคำสั่ง
find [path].. expression

ลักษณะของ expression เช่น
-name [pattern] เพื่อใช้หาชื่อ file ตาม pattern ที่ระบุ-perm [+-] mode เพื่อใช้หา file ตาม mode ที่ต้องการ-user NAME หา file ที่เป็นของ user ชื่อ NAME-group NAME หา file ที่เป็นของ group ชื่อ
NAME

ตัวอย่าง
find -name *.docfind /usr -perm +111 (หาแฟ้มที่มี Permission อย่างน้อยเป็น
111)

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : file --help และ man file

chown
ใช้สำหรับเปลี่ยนเจ้าของแฟ้มข้อมูลหรือ Directoryโครงสร้างคำสั่ง
chown [option]... owner[:group] file หรือchown [option]... :group file

โดย option ที่มักใช้กันใน chown คือ
-R เปลี่ยน Permission ของทุกๆ แฟ้มย่อยใน
Directory

ตัวอย่าง
chown krerk:users /home/krerkchown nobody data.txt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : chown --help และ man
chown

chgrp
ใช้สำหรับเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของแฟ้มข้อมูลหรือ Directoryโครงสร้างคำสั่ง
chgrp [option]... group file

โดย option ที่มักใช้กันใน chgrp คือ
-R เปลี่ยน Permission ของทุกๆ แฟ้มย่อยใน
Directory

ตัวอย่าง
chgrp users /home/krerkchown nobody data.txt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : chgrp --help และ man
chgrp

chmod
ใช้สำหรับเปลี่ยนเจ้าของแฟ้มข้อมูลหรือ Directoryโครงสร้างคำสั่ง
chmod [option]... mode[mode] file หรือchmod [option]... octalmode file

โดย option ที่มักใช้กันใน chown คือ
-R เปลี่ยน Permission ของทุกๆ แฟ้มย่อยใน
Directory

และการอ้างอิง mode จะใช้ตัวอักษร u g o a + - r w x X s t u g o
โดย
u หมายถึง User ผู้เป็นเจ้าของแฟ้มg หมายถึง Group ผู้เป็นเจ้าของแฟ้มo หมายถึง บุคคลอื่นๆa หมายถึง ทุกๆ กลุ่มr หมายถึง สิทธิในการอ่านw หมายถึง สิทธิในการเขียน/แก้ไขw หมายถึง สิทธิในการ execute หรือ ค้นหา (ในกรณีของ
Directory)ส่วน s t u g และ o นั้น จะขอกล่าวถึงในเอกสารเรื่อง Unix
Permission ต่อไป

เนื่องจากผลลัพธ์ของคำสั่ง ls -l จะแสดงเป็นลำดับ
ดังตัวอย่างต่อไปนี้
$ ls -l krerk.jpg

-rw-r--r-- 1 pok pok 13201 เม.ย. 21 2000 krerk.jpg

ดังนั้น การเขียน Permission อาจจะเขียนได้เป็นเลขฐาน 8 เช่น 644
หมายถึง 110100100 ซึ่งจะตรงกับ rw-r--r- เป็นต้นตัวอย่าง
chmod 750 /home/krerk (แก้ไขได้(เขียน)ได้เฉพาะเจ้าของแฟ้ม
และสามารถ execute ได้เฉพาะกลุ่มและเจ้าของเท่านั้น)chmod 644 data.txt (rw-r--r-- เจ้าของแฟ้ม อ่านและเขียนได้
กลุ่มเจ้าของแฟ้มและบุคคลอื่นๆ อ่านได้ )

(เพื่อประกอบความเข้าใจ ให้ผู้ใช้ลองเปลี่ยน mode
และดูผลลัพธ์ด้วย ls -l)แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : chmod --help และ man
chmod

คำสั่งเกี่ยวกับการดู และ แก้ไขข้อมูลในแฟ้มข้อมูล


cat


ใช้สำหรับดูข้อมูลภายในแฟ้มข้อมูล หรือ Standard Input
และแสดงผลออกมาทาง Standard Output (ในทำนองเดียวกันกับคำสั่ง type) มาจากคำว่า
concatinateโครงสร้างคำสั่ง
cat [optioin]... [file]

โดย option ที่มักใช้กันใน chown คือ
-n เพื่อทำการแสดงเลขบรรทัด

ตัวอย่าง
cat data.txtcat file1.txt file2.txt > file3.txt (นำข้อมูลใน file1.txt
และ file2.txt มาต่อกัน แล้วเก็บไว้ใน file3.txt)

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : cat --help และ man cat

more
สืบเนื่องจากคำสั่ง cat ไม่เหมาะกับการดูข้อมูลที่มีความยาวมากๆ
ดังนั้น จึงได้มีการพัฒนา more ขึ้น
เพื่อช่วยให้สามารถดูข้อมูลที่มีขนาดยาวได้เป็นช่วงๆโครงสร้างคำสั่ง
more file

ภายในโปรแกรม more จะมีคำสั่งเพื่อใช้งานคราวๆ ดังนี้
= แสดงเลขบรรทัดq ออกจากโปรแกรม<space> เลื่อนไปยังหน้าถัดไป<enter> เลื่อนไปยังบรรทัดถัดไปh แสดง help

ตัวอย่าง
more data.txt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man more และ help ของ
more

less
less เป็นการพัฒนาคำสั่ง more ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจาก
more จะไม่สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ less
จึงเป็นปรับปรุงและเพิ่มเติมเงื่อนไขบางอย่างให้ more โครงสร้างคำสั่ง
less file

ตัวอย่าง
less data.txt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man less และ help ของ
less

head
จะแสดงส่วนหัวของแฟ้มข้อมูล ตามจำนวนบรรทัดที่ต้องการโครงสร้างคำสั่ง
head [option] file
 


โดย option ที่มักใช้กันใน chown คือ
-n เพื่อทำการระบุบรรทัดที่ต้องการ (หากไม่ระบุจะเป็น 10
บรรทัด)

ตัวอย่าง
head data.txthead -n 10 data.txt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : head --help และ man head

tail
จะแสดงส่วนท้ายของแฟ้มข้อมูล ตามจำนวนบรรทัดที่ต้องการโครงสร้างคำสั่ง
tail [option] file

โดย option ที่มักใช้กันใน chown คือ
-n เพื่อทำการระบุบรรทัดที่ต้องการ (หากไม่ระบุจะเป็น 10
บรรทัด)-c เพื่อระบุจำนวน byte

ตัวอย่าง
tail data.txttail -n 10 data.txt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : tail --help และ man tail

คำสั่งเกี่ยวกับผู้ใช้ และ การสื่อสาร


whoami


ใช้เพื่อแสดงว่าผู้ใช้ซึ่ง login เข้าสู่ระบบนั้น (ตัวเราเอง)
login ด้วยชื่ออะไร โครงสร้างคำสั่ง/ตัวอย่าง
whoami หรือwho am i (บน SUN OS หรือ UNIX บางตัวเท่านั้น)


who
ใช้เพื่อแสดงว่ามีผู้ใช้ใดบ้างที่กำลังทำงานอยู่บนระบบโครงสร้างคำสั่ง/ตัวอย่าง
who


finger
ใช้สำหรับแสดงรายละเอียดของผู้ใช้โครงสร้างคำสั่ง
finger [user@host] หรือfinger [@host]

กรณีไม่ระบุชื่อ finger จะแสดงรายละเอียดของ User ที่กำลัง logon
อยู่บนเครื่องนั้นๆ ทั้งหมด ซึ่งหากไม่ระบุ host ด้วย
โปรแกรมจะถือว่าหมายถึงเครื่องปัจจุบันตัวอย่าง
fingerfinger krerk@vwin.co.thfinger krerkfinger @student.netserv.chula.ac.th

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man finger
 


talk
ใช้สำหรับการพูดคุยระหว่างผู้ใช้ด้วยกันบนระบบ
ซึ่งผู้ใช้ทั้งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องพิมพ์คำสั่ง Talk ถึงกันก่อน
จึงจะเริ่มการสนทนาได้โครงสร้างคำสั่ง
talk user[@host] [tty]

กรณีไม่ระบุ host โปรแกรมจะถือว่าหมายถึงเครื่องปัจจุบัน
(นอกจากนี้ยังมีคำสั่ง ytalk ซึ่งสามารถพูดคุยได้พร้อมกันมากกว่า 2 คน)
ซึงบางกรณีเราอาจจะต้องระบุ tty ด้วยหากมีผู้ใช้ Log in
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อเดียวกันมากกว่า 1 หน้าจอตัวอย่าง
talk krerk@vwin.co.th

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man talk
 


write
จะใช้เพื่อการส่งข้อมูลทางเดียวจากผู้เขียนไปถึงผู้รับบนเครื่องเดียวกันเท่านั้นโครงสร้างคำสั่ง
write user [tty]

เมื่อมีการพิมพ์คำสั่ง write
ผู้ใช้จะเห็นข้อความซึ่งจะแสดงว่าข้อความดังกล่าวถูกส่งมาโดยใคร
ซึ่งหากผู้รับต้องการตอบกลับ ก็จะต้องใช้คำสั่ง write เช่นกัน
เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้พิมพ์ตัวอักษร EOF หรือ กด CTRL+C เพื่อเป็นการ interrupt
ทั้งนี้ข้อความที่พิมพ์หลังจาก write จะถูกส่งหลังจากการกด Enter เท่านั้นตัวอย่าง
write krerk

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man write

mesg
จะใช้เพื่อควบคุมว่าผู้อื่นมีสิทธิที่จะส่งข้อความ write
ถึงเราหรือไม่โครงสร้างคำสั่ง
mesg [y | n]
 


โดย option มีความหมายคือ
y - หมายถึงผู้อื่นมีสิทธิที่จะส่งข้อความถึงเราn - หมายถึงผู้อื่นมีไม่สิทธิที่จะส่งข้อความถึงเรา

ตัวอย่าง
mesg ymesg n

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man mesg

คำสั่งทั่วไป / อื่นๆ


man


เพื่อใช้แสดงรายละเอียดข้อมูลของคำสั่ง หรือ
วิธีการใช้แฟ้มข้อมูลต่างๆ มาจากคำว่า manualโครงสร้างคำสั่ง
man [section]... manpage
 


โดย section ต่างๆ ของ manpage คือ
1 จะเป็น User Command2 จะเป็น System Calls3 จะเป็น Sub Routines4 จะเป็น Devices5 จะเป็น File Format

ตัวอย่าง
man printfman 1 ls

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man man

tar
ใช่เพื่อการ backup และ restore file ทั้งนี้การ tar
จะเก็บทั้งโครงสร้าง directory และ file permission ด้วย
(เหมาะสำหรับการเคลื่อนย้าย หรือแจกจ่ายโปรแกรมบนระบบ UNIX) มาจากคำว่า tape
archiveโครงสร้างคำสั่ง
tar [option]... [file]...

 



โดย option ที่มักใช้กันใน echo คือ
-c ทำการสร้างใหม่ (backup)-t แสดงรายชื่อแฟ้มข้อมูลในแฟ้มที่ backup ไว้-v ตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผล-f ผลลัพธ์ของมาที่ file-x ทำการ restore

ตัวอย่าง
tar -cvf mybackup.tar /home/*tar -tf mybackup.tartar -xvf mybackup.tar

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : tar --help และ man tar

alias
เพื่อกำหนด macro ให้ใช้คำสั่งได้สะดวกมากขึ้น
(แบบเดียวกันกับการกำหนด macro ด้วย doskey)โครงสร้างคำสั่ง
alias macroname='command'
 


ตัวอย่าง
alias ll='ls -F -l'

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man ของ Shell ที่ใช้อยู่

echo
แสดงข้อความออกทาง standard outputโครงสร้างคำสั่ง
echo [option]... msg
 


โดย option ที่มักใช้กันใน echo คือ
-n ไม่ต้องขึ้นบรรทัดใหม่

ตัวอย่าง
echo -n "Hello"echo "Hi.."free -k

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : man echo

free
แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบโครงสร้างคำสั่ง
free [-b|-k|-m]
 


โดย option ที่มักใช้กันใน free คือ
-b แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย byte-k แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย kilobyte-m แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย megabyte


ตัวอย่าง
freefree -bfree -k

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : free--help และ man free

sort
ใช้เพื่อทำการจัดเรียงข้อมูลในแฟ้มตามลำดับ
(ทั้งนี้จะถือว่าข้อมูลแต่ละบรรทัดเป็น 1 record และจะใช้ field แรกเป็น key)โครงสร้างคำสั่ง
sort [option] file

ตัวอย่าง
sort data.txt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : sort --help และ man sort

การ Redirection และ Pipe


ทั้ง DOS/Windows และ UNIX ต่างก็มีความสามารถในการ
Redirection และ Pipe ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งประโยชน์ของการ Redirection และ การ Pipe
คือการที่สามารถนำโปรแกรมเล็กๆ
หลายโปรแกรมมาช่วยกันทำงานที่ซับซ้อนมายิ่งขึ้นได้การ Pipe คือการนำผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรมหนึ่ง
ไปเป็นอินพุทของอีกโปรแกรมหนึ่งเช่น


ls | sortเป็นการนำผลลัพธ์ที่ได้จาก ls ส่งเป็นอินพุตให้โปรแกรม sort
ทำงานต่อเป็นต้น

การ Redirection คือการเปลี่ยนที่มาของอินพุต และ
เอาพุตที่แสดงผลลัพธ์ จาก Keyboard หรือ จอ Monitor เป็นแฟ้มข้อมูล หรือ Device
ต่างๆเช่น

ls >list.txtเป็นการนำผลลัพธ์ที่ได้จาก ls เก็บลงในแฟ้มข้อมูลชื่อ list.txt
เป็นต้น

ทั้งนี้ การ Redirection จะเป็นการสร้างแฟ้มข้อมูลใหม่เสมอ
ในกรณีที่ต้องการเขียนข้อมูลต่อท้ายอาจทำได้โดยการใช้>>แทน>เช่น

ls >list.txtpwd >> list.txtผลลัพธ์จากคำสั่ง pwd จะแสดงต่อท้ายผลลัพธ์จากคำสั่ง ls ใน
list.txt

ในทำนองเดียวกัน เราสามารถใช้ Redirection เพื่อรับข้อมูลจาก File
ได้ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถ Run Program ที่ต้องการ Input แบบ Batch ได้
(ซึ่งจะกล่าวถึงในการเขียน Shell Script ต่อไป)ใช้คำสั่ง Unix บน DOS/Windowsปัจจุบันได้มีผู้ Port โครงสร้างและ Utility ของ Unix
ไปยัง Window หรือ WindowNT ภายใต้ชื่อ Project “Cygwin” ซึ่งผู้ใช้สามารถทำงานบน
Window ได้เหมือนกับการทำงานบน Unix ทุกประการ ทั้งนี้รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมด้วย
ซึ่งในปัจจุบัน Project ดังกล่าวดูแลโดย RedHat ดังนั้นหากผู้อ่านท่านใดมีความสนใจ
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมและ Download ได้จาก href="http://www.cygwin.com/">http://www.cygwin.com/ หรือ href="http://www.cygnus.com/">http://www.cygnus.com/นอกจากนี้ยังมีการ Port โปรแกรมต่างๆ ในโครงการของ GNU
ไปยังระบบ DOS ภายใต้ชื่อ DJGPP ซึ่งประกอบไปด้วย Compiler และโปรแกรมต่างๆ บน Unix
โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก href="http://www.gnu.org/">http://www.gnu.org/ตารางเปรียบเทียบ


การใช้คำสั่งระหว่าง DOS และ UNIX














































































































DOS UNIX หมายเหตุ
ATTRIB +-attrib file chmod mode file ระบบ Permission แตกต่างกัน
BACKUP tar cvf file file การทำงานแตกต่างกัน
CD dir cd dir/ คล้ายคลึงกัน
COPY file1 file2 cp file1 file2 เหมือนกัน
DEL file rm file เหมือนกัน
DELTREE rm -R file เหมือนกัน
DIR ls หรือ ls -al และ du , df dir จะแสดงเนื้อที่ที่ใช้ และ เนื้อที่ที่เหลือด้วย ซึ่ง UNIX ต้องดูด้วย
du และ df แทน
DIR file /S find . -name file บน Unix จะทำงานได้ดีกว่า
DOSKEY name command alias name='command' เป็นการสร้าง macro ในทำนองเดียวกัน
ECHO msg echo "msg" เหมือนกัน
FC file1 file2 diff file1 file2 เหมือนกัน
HELP command man command ทำนองเดียวกัน
MEM free ทำนองเดียวกัน
MD dir หรือ MKDIR dir mkdir dir เหมือนกัน
MORE < file more file หรือ less file less จะทำงานได้ดีกว่า
MOVE file1 file2 mv file1 file2 เหมือนกัน
RD dir หรือ RMDIR dir rmdir dir หรือ rm -d dir เหมือนกัน
RESTORE tar xvf file การทำงานแตกต่างกัน
SORT file sort file เหมือนกัน
TYPE file more file หรือ less file less จะทำงานได้ดีกว่า

เอกสารอ้างอิง

  • R. Thomas, J. Yates, "A USER GUIDE TO THE UNIX SYSTEM",
    OSBORNE/McGRAW-HILL,2nd Edition,1987.

  • G. Gonzato,"From DOS/Windows to Linux HOWTO"

  • Unix man pages Document.


แหล่งที่มา : http://www.vwin.co.th/document.php?node=4